ปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทาง

การปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางจะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที และดำเนินการโดยแพทย์สาขาเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว
การให้คำปรึกษาจะครอบคลุมถึง:
- ประวัติทางการแพทย์ เช่น โรคประจำตัว ยาที่ใช้ในปัจจุบัน และประวัติการแพ้ยา,
- การประเมินแผนการเดินทางและการประเมินความเสี่ยง
- คำถามและข้อกังวลของคุณ
- การฉีดวัคซีนที่จำเป็น และแนะนำ ที่เกี่ยวข้องสำหรับการเดินทาง
- การให้คำปรึกษา ข้อมูลอื่นๆ เช่น
- โรคที่เกี่ยวข้อง ตามสถานที่เดินทาง
- การป้องกันโรคและการรักษาตัวเอง
ข้อมูลทั้งหมดของท่านรวมถึง ประวัติทางการแพทย์ ปัญหาสุขภาพ อาการแพ้ยา และข้อมูลการรับยาหรือวัคซีน จะถูกเก็บไว้เป็นความลับ ในฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของโรงพยาบาลป่าตอง ซึ่งจะถูกนำมาใช้สำหรับการรับบริการของท่านในครั้งถัดไป
การให้วัคซีน และใบรับรองการฉีดวัคซีน

คลินิกท่องเที่ยว โรงพยาบาลป่าตอง สามารถให้บริการฉีดวัคซีนที่จำเป็นเกี่ยวกับการเดินทางได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น วัคซีนไข้เหลือง วัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น วัคซีนไทฟอยด์ วัคซีนป้องกันตับอักเสบ เอ,บี ฯลฯ อย่างไรก็ตาม นักเดินทางแต่ละคนจะมีความจำเป็นต้องได้รับวัคซีนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเทศหรือสถานที่ไป ระยะเวลาที่จะอยู่ในประเทศนั้นๆ ลักษณะกิจกรรมที่จะไปทำ เช่นไปทำงาน ไปท่องเที่ยว ไปศึกษาต่อ ฯลฯ ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้มาประเมินความเสี่ยง ว่าสมควรฉีดวัคซีนอะไรบ้าง
และเนื่องจากวัคซีนบางชนิดจำเป็นต้องได้รับหลายเข็มก่อนจะมีประสิทธิภาพป้องกันโรคได้ นักท่องเที่ยว
ผู้เดินทางจึงควรมาปรึกษาแพทย์และรับวัคซีนตั้งแต่เนิ่นๆ 4-6 สัปดาห์ก่อนเดินทาง
รายชื่อวัคซีน และ ราคาวัคซีน
อัปเดต เมื่อ 1 สิงหาคม 2567
หมายเหตุ
- ราคา เป็นราคาต่อ 1 โดสของวัคซีน
- วัคซีนบางตัวจำเป็นต้องได้รับ มากกว่าหนึ่งเข็ม เพื่อให้ครบคอร์ส
- ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
เพื่อความสะดวกของท่าน กรุณาติดต่อคลินิกเพื่อตรวจสอบความพร้อมของวัคซีน
- เบอร์ 076 342 633 4 หรือ
- อีเมลล์สอบถาม patongtravelclinic@gmail.com
การป้องกันมาลาเรีย

ในแถบประเทศเขตร้อน รวมทั้งบางพื้นที่ของประเทศไทย มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมาลาเรีย ซึ่งการป้องกันมาลาเรียที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ยุงกัด
โดยปกติไม่แนะนำให้ยาเพื่อป้องกันมาลาเรียในประเทศไทย เนื่องจากมีปัญหาการดื้อยาและผลข้างเคียงของยามาก
การซื้อยากินเองเพื่อป้องกันมาลาเรียก็เป็นสิ่งอันตรายมาก เพราะมีความเสี่ยงที่จะได้ยาที่ไม่มีคุณภาพหรือเป็นยาปลอม ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องเดินทางเข้าไปในป่าเป็นเวลานานๆ หรือเข้าไปในบางประเทศที่เสี่ยงมากๆควรมา พบแพทย์เพื่อพิจารณาการป้องกันมาลาเรียเป็นรายๆไป
การทดสอบการติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง

1. การตรวจภูมิคุ้มกันวัณโรคทางผิวหนัง (Tuberculin skin test, Mantoux test)
เป็นการตรวจเพื่อคัดกรองด้านภูมิคุ้มกันของการติดเชื้อวัณโรค (TB) ซึ่งใช้การตรวจทางผิวหนัง ในประเทศไทยไม่นิยมใช้การตรวจวัณโรคโดยวิธีนี้ แต่ในบางประเทศยังกำหนดให้ผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะการขอ VISA นักเรียน นักศึกษาต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองวัณโรคก่อน
ผู้ที่จะขอเข้ารับบริการจะต้องมาที่คลินิก 2 ครั้ง ครั้งแรกในวันอังคารเท่านั้น เพื่อฉีดยาทดสอบทางผิวหนัง และมาพบแพทย์อีกครั้งในอีก 48 – 72 ชั่วโมงเพื่ออ่านผล
ผู้ที่จะเข้ารับการตรวจดังกล่าว กรุณาทำนัดหมายล่วงหน้า
2. การทดสอบ Interferon-gamma release assays (IGRAs, QuantiFERON)
เป็นการตรวจเลือดเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโดยการวัดปริมาณสารที่จะพบเมื่อมีการติดเชื้อวัณโรคในร่างกาย โดยความไวและความจำเพาะจะเท่า หรือดีกว่าการทดสอบทางผิวหนัง
ทางคลินิกจะให้บริการตรวจเลือดในวันอังคาร วันพฤหัสบดี และ วันศุกร์ เวลา 08.30 – 11.00 น. โดยผลการตรวจจะใช้เวลาประมาณ 14 วันทำการ
การตรวจสุขภาพก่อนการเดินทางและการออกใบรับรองแพทย์

ผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง/ไปต่างประเทศ สามารถเข้ารับการตรวจได้ที่คลินิก โดยควรนำเอกสารข้อกำหนดในการตรวจร่างกายมาพบแพทย์ เนื่องจากการไปทำงาน ไปศึกษาต่อ ในแต่ละประเทศ หรือในแต่ละรัฐจะมีข้อกำหนดแตกต่างกัน รวมถึงแต่ละมหาวิทยาลัย บริษัท องค์กร ก็มีข้อปฏิบัติแตกต่างกันในเรื่องการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ฉีดวัคซีน การตรวจวัณโรค ฯลฯ และในบางที่จะกำหนดให้ใช้ใบรับรองแพทย์เฉพาะ จึงควรนำติดตัวมาพบแพทย์เสมอ